| Isarun's profileIsaBlog | Help |
Tokyo Tower 東京タワーkie sou ni saki sou na tsubomi ga kotoshi mo boku wo matteru tenohira jya tsukamenai kaze ni odoru hanabira tachi tomaru kata ni hirari jyouzu ni nosete waratte miseta anata wo omoi dasu hitori ขอเปิดด้วยเพลง Tsubomi ของหนังเรื่องโตเกียวทาวเวอร์หน่อยแล้วกัน เข้ากับบรรยากาศนิดนึง วันนี้ไปเที่ยวโตเกียวทาวเวอร์มา อย่างกระทันหัน ทริปกระทันหันนี้ เกิดขึ้นยังไง เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังละกันนะ คือว่า เมื่อวานตอนกลางคืนวันศุกร์ เราก็คิดว่า วันเสาร์นี้ทำอะไรดีฟะ แบบว่าถ้าอยุ่เฉยๆมันจะไม่สมกับเป็นคนที่มาญี่ปุ่นไม่ถึงเดือนอย่างเรา ก็เลยคิดได้ว่า เออไปเที่ยวดีกว่า พอดีประจวบเหมาะกันเลย วุด(เพื่อนที่มาทุน Panasonic แบบเรา) มันก็ถามมาทาง MSN ว่า ไปไหนมั้ย… คือว่าเดี๋ยวนี้รู้สึกว่าอยู่กะมันนานเกินไปแล้ว แบบคิดอะไรคล้ายๆกันไปละ แล้วมันก็เสนอ Tokyo Tower มา ซึ่งทั้งเราและมันก็ดูเรื่อง Tokyo tower มา Tokyo tower มันเป็นหนังที่ซึ้งมากๆ แบบดูแล้วอยากไปเหมือนกันทั้งสองคน แบบอยากตามรอยหนะนะ ฮ่าๆ ก็เลยเป็นว่า อะไปโตเกียว ทาวเวอร์กันดีกว่า โตเกียวทาวเวอร์มันจะแบ่งเป็นสองชั้น ชั้นแรกสูง 150m เสียตัง 820 Yen ชั้นที่สองสูง 250m เสียตังเพิ่มอีก 600 Yen แล้วใต้ Tokyo tower มันจะมีพวก Museum ให้ไปเดินเล่นได้ ก็คุยไปคุยมา รวมความเป็นว่ามาเจอกันบ่ายโมง แล้วเดินพวก Museum อะไรข้างล่างจนดึกๆแล้วขึ้นไปดู Tokyo tower กัน เนื่องจากว่ามันบอกอยากดูตอนดึกๆ น่าจะสวยกว่า เพราะมันเปิดไฟสวยๆเนอะ ก็ไปถึงสถานี เราไป Late 15 นาทีได้ T_T ไปเจอวุดพอลงจากสถานีที่จำชื่อยากมาก ชื่อว่า Hamamatsuchou (แม้แต่เมื่อกี้ก็ยังต้องเปิด Net ว่าเขียนถูกหรือเปล่า) แล้วก็เดินไป ทีนี้เราก็ถามวุดว่าเดินไปทางไหนฟะ มันก็มองไปมองมา แล้วก็ปิ๊งขึ้นมาว่า เออเดินไปหาหอคอยนั่นแหละ แล้วมันก็ชี้ เออจริง หอคอยมันใหญ่มาก เดินไปยังไงก็ไม่หลง ฮ่าๆ ทางผ่านก็เป็นพวกวัด แหละ สวยดี พอถ่ายรูปไปถ่ายรูปมาก็พึ่งเห็นว่ามันเป็นงานศพ >< แบบว่ามีคนถ่ายรูปเต็มไปหมด เราะคนที่จะมา Tokyo tower ก็น่าจะผ่านทางนี้หมด เราว่าถ้างานศพเรา เราจะไม่เอาแบบนี้อะ มีแต่คนมาถ่ายรูป ฮ่าๆ ไอ้ข้างหลังนี่แหละเป็นงานศพ อะพอเดินมั่วไปเรื่อยๆไปถึง Tokyo tower ก็เจอเรื่องเสียตังเลย… เครปครับ เครป น่ากินมากกก เป็นเครปใส่ไอติมกับสตอร์เบอร์รี่มั้ง เราก็อ่านชื่อตั้งนานเพราะกลัวสั่งไม่ถูก ดีที่ชื่อมันเป็น Katakana เลยอ่านได้ (ไม่ได้เป็นคันจิ ฮ่าๆ) น่ากินมะ อร่อยดีแต่แพงโคด T_T (มือไอ้วุดเป็นคนถือ เล็บยาวเนอะ) ก็เลย หมดไปคนละ 450 Yen ทั้งๆที่ยังไม่ได้มาทำบ้าอะไรเลย พอเดินไปเรื่อยๆก็เห็นว่า ไอ้ตรงพวก Museum ตรงฐานที่มันให้เดินได้อะ เล็กมากเลย ก็เลยเดินเข้าไปที่ Trick Museum แบว่ามันจะเป็นรูปหลอกตาทั้งหลาย เอาไว้ให้ถ่ายรูปกลับมาให้ชาวบ้านดู ฮ่าๆ นี่เป็นเหมือนให้อาหารยีราฟเนอะ อิอิ พอเที่ยวไอ้นี่เสร็จ เวลายังเหลือเยอะมาก แล้วด้วยความงกของเราสองคนก็เลยไม่ได้ไป Aquarium ที่มองเข้าไปแล้วเห็นแต่ปลากากๆแต่ราคา 1000 Yen ก็เลยออกมาหาอะไรกิน แล้วก็เปลี่ยนแผนเป็นไปดูตอนบ่ายก็ได้ฟะ แบบว่าสว่างก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ พอจะเดินไปซื้อตั๋วไปชั้นแรกก็ โอ้โห คนเยอะมาก คือมันมีทัวร์มาลงเป็นช่วงๆ ก็เลยคนจะตู้มเป็นช่วงๆ เราก็เลยรอให้คนมันหายไปก่อนแล้วถึงจะไป ทีนี้ไอ้ไปชั้นแรกที่สูง 150m เนี่ยมันไปได้สองแบบคือขึ้นลิฟต์ไป กับเดินไป ไอ้เราสองคนก็ฟิต เออเดินไปดีกว่า… ด้วยความใจกล้า ก็เลยเดินขึ้นกัน บันไดทั้งหมด 600 ขั้นมั้ง พอเดินไปมันก็มีป้ายบอกเป็นช่วงๆว่าสูงเท่าไหร่แล้ว ไอ้เราก็แอบยืนอ่านป้ายนานๆ บอกว่าพยายามแปลอยู่ (ป้ายภาษาญี่ปุ่น มันจะบอกประมาณว่า พยายามเข้า อีกนิดนึง อะไรงี้ มันบอกด้วยว่าเดินมาถึงนี่ใช้พลังงานไปกี่แคลอรี่แล้ว (รู้สึกว่าเดิน 600 ขั้นยังไม่เท่าเครปที่กินไปเลย)) ที่จริงคือ เหนื่อยอะ ก็เลยแอบอ่านนานๆ 555 พอถึงแล้วก็ โอ้โห คนเยอะมาก แต่วิวก็สวยดีนะ มองลงไปเห็น Odaiba ที่เป็นทะเลที่ถมขึ้นมาจากดินและขยะจำนวนมาก สวยมากมาย มันมีรูให้มองลงไปเสียวๆด้วยอะ เป็นกระจก แบบว่าเหยกลัวความสูงมากมาย พอไปถึงแล้ว ยังไงก็ต้องไปชั้นบนสุดเนอะ มาทั้งที… แบบว่ารอซื้อตั๋วนานมาก ลิฟค์ก็ต้องคอยกันกับคนเยอะแยะ (เผามันหน่อยนึง วุดมันเดินไปที่ที่คิดว่าเป็นที่ขายตั๋ว มันก็จ่ายตังไป เขาก็บอกให้เอามือนาบลงบนแป้นแป้นนึง ไอ้เราก็งง ทำไมฟะมันจะตรวจลายมือหรอ กลายเป็นว่าเป็น Counter ดูดวงจากลายฝ่ามือ 555 แบบว่าดูแล้วดวงเป็นภาษาญี่ปุ่นด้วย คือว่าแปลไม่ออก กว่าจะแปลออกเรื่องนั้นมันก็คงผ่านไปแล้ว งิงิ) แล้วหลังจากซื้อตั๋วถูกที่ แล้วก็รอมานานแสนนาน เราก็ได้ขึ้นลิฟต์ไปชั้นบน พอไปถึงแล้วเลยรู้ว่าทำไมลิฟต์ต้องคอยกันแบบนั้น แบบว่าหอคอยชั้นบนมันยิ่งเล็กใช่มะ แล้วชั้นนี้สูงมากเลยแบบเล็กโคด เดินแปปเดียวก้อหมดละ (หมดพร้อมเงิน 600 Yen) แต่ว่าวิวที่เห็นก็จะสูงกว่าเดิมอีก (เราว่าก้อเหมือนๆเดิมแหละฟะ) ต่างจากเดิมมั้ยฟะ >< พอลงมาก็ยังไม่เย็น ก็เลยลองไปถามคุณลุงว่าไฟเปิดกี่โมง ด้วยภาษาญี่ปุ่นด๊อกด๋อย แบบว่าลุงเขาพอได้ยินคำว่าไฟ ก็ตอบมาเลย ไม่รอให้เราพูดให้จบประโยค (แกคงรู้ว่าพูดยังไงก็ไม่จบหรอก ฮ่าๆ) ก็เลยรู้ว่าไฟจะเปิดตอนหกโมงครึ่ง ตอนนั้นก็ห้าโมงครึ่งมั้ง ก็เลยถ่ายรูปเล่นไปก่อนกับวุด ซึ่งพึ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองก็มีมือถือที่ถ่ายรูปได้แล้ว อิอิ ตอนเย็นก็สวยไปอีกแบบเนอะ งิงิ ทีนี้กลางคืนมันเปิดไฟ สวยมากกก แบบว่าหอคอยตั้งตระหง่านมากเลยอะ (รูปสวยสุดเอาขึ้นข้างบนไปแล้ว งิงิ) สวยเนอะ Tokyo tower ขากลับกะเหรี่ยงสองตัวนี้ก็ไปหลงที่สวนสาธารณะมาอีก อิอิ แต่สวยมากเลย ก็เลยได้รูปมาอีกเต็ม 555 ก็จบทริปนี้ลงด้วยประการฉะนี้ (เออมี Mos burger เป็นอาหารเย็นด้วย Mos ที่นี่อร่อยกว่าเมืองไทยนิดนึงนะ อิอิ (หรือเราเห่อไปเองก็ไม่รู้)) แล้วก็พนักงานที่แถวๆโตเกียวทาวเวอร์นี่พูดอังกฤษเก่งหลายคนเลยอะ แบบว่าอึ้ง สำเนียงดีมาก ดีกว่าคนญี่ปุ่นทั้วไปหลายขุมนัก รวมค่าไปกลับ ค่าอาหารเที่ยงแล้วทริปนี้หมดไปประมาณ 3800 เยน เทียบกะค่าครองชีพที่นี้แล้วไม่แพงเท่าไหร่ (คิดเป็นอาหารธรรมดา 8 มื้อ แพงไหมหละ 555) แต่สนุกมากมาย ไว้วันหลังจะไปเที่ยวที่อื่นอีก พรุ่งนี้โบ้ทก็จะมาญี่ปุ่น คงได้รูปกลับมาอีก ไว้จะเอามาอัพอีกนะครับ อิอิ (ความจริงมีไปเที่ยวนัมบะที่โอซาก้าตอนที่ไปงานพานาด้วย แต่ว่ามันไปนิดเดียวอะ แหะๆ เลยไม่ได้อัพ) สุดท้ายนี้ขอขอบคุณเพื่อนวุดที่อุตส่าห์ถ่ายรูปให้หลายรูป แล้วก็เป็นเพื่อนเที่ยวมาในวันนี้ด้วย อิอิ จบละ ไปนอนเตรียมรับโบ้ทพรุ่งนี้ดีก่า บะบายๆ Comments (5)
TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://isaklui.spaces.live.com/blog/cns!79E15620144C9C9E!437.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|